Headlines

N2507040_เม ยโทรหาเบอร เด มท กค น 5 ป …พอสาม เป ดกล องไม ท งบ านเง ยบ_part2

BMW 7 Series: นิยามใหม่แห่งความหรูหรา ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีแห่งอนาคตในประเทศไทย

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการพัฒนาของรถยนต์หรูหลายต่อหลายครั้ง แต่สำหรับ BMW 7 Series ถือเป็นรถยนต์ที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงรุ่นประกอบในประเทศไทยอย่าง BMW 730Ld M Sport ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ BMW Group Manufacturing (Thailand) ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส สู่ตลาดเมืองไทย

ครั้งหนึ่ง ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะของ BMW 730Ld M Sport รุ่นประกอบในประเทศ จากโรงงาน BMW Group Manufacturing (Thailand) ณ เส้นทางที่งดงามระหว่างภูเก็ต เขาหลัก และพังงา ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมได้สัมผัสถึงศักยภาพที่แท้จริงของรถยนต์ซีดานเรือธงคันนี้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านการขับขี่ที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

BMW 7 Series G12: การผสานเทคโนโลยี Carbon Core สู่ความเบาและความแข็งแกร่ง

BMW 7 Series รหัส G12 ที่ปรากฏต่อสายตา คือนิยามใหม่ของความล้ำหน้าทางวิศวกรรม โครงสร้างตัวถังที่ใช้เทคโนโลยี Carbon Core คือหัวใจสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นเหนือใคร การนำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มาผสมผสานกับเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมในโครงสร้างหลัก ช่วยลดน้ำหนักของตัวรถลงได้มากถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้วยเทคนิค BMW EfficientLightweight ทำให้รถไม่เพียงแต่น้ำหนักเบาลง แต่ยังเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงของห้องโดยสารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

BMW 730Ld M Sport มาพร้อมมิติตัวถังแบบฐานล้อยาว (Long Wheelbase) ที่มีความยาวถึง 5,238 มม. กว้าง 1,902 มม. และสูง 1,485 มม. พร้อมระยะฐานล้อที่ยาวถึง 3,210 มม. ซึ่งยาวขึ้นกว่ารุ่น F02 เล็กน้อย สะท้อนถึงความตั้งใจในการมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายสูงสุด

ดีไซน์ M Sport: ความสง่างามที่มาพร้อมความดุดัน

เมื่อมอง BMW 730Ld M Sport ใหม่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือการออกแบบที่ผสานความหรูหราเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ชุดแต่ง M Aerodynamics ที่เสริมเข้ามา ช่วยเพิ่มบุคลิกที่ดูปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น เส้นสาย High-Gloss Shadow Line ของ BMW ที่ประดับอยู่ทั่วคัน เน้นย้ำถึงความเข้ม ดุดัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามตามแบบฉบับของซีดานผู้บริหาร

ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่เพรียวบางและเฉี่ยวคม ขยายยาวไปจนถึงขอบไตคู่ BMW ขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับปรุงจำนวนซี่ให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น สร้างเอกลักษณ์ที่น่าประทับใจ ดวงไฟทรงกลมคู่ที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ถูกจัดวางอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพในการส่องสว่างและเสริมความสะดุดตาให้กับด้านหน้าของรถ ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว เป็นอีกองค์ประกอบที่เติมเต็มภาพลักษณ์สปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ BMW 730Ld M Sport ยังโดดเด่นด้วยระบบ Air Flap Control ที่ทำงานอย่างชาญฉลาด โดยจะปรับการเปิด-ปิดช่องดักอากาศตามความต้องการในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดทางวิศวกรรมของ BMW

ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งอนาคตและความหรูหราอันไร้ขีดจำกัด

ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ BMW 730Ld M Sport คือการเดินทางสู่โลกแห่งเทคโนโลยีและความหรูหราที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว แสง Ambient Light ที่สามารถเลือกได้ถึง 6 เฉดสี สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่หลากหลายตามอารมณ์และสไตล์การขับขี่

หลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama ที่มาพร้อมไฟ LED เล็กๆ ฝังอยู่ทั่วแผ่น สร้างปรากฏการณ์ราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว ซึ่งมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่โดยสาร ไฟ Welcome Light Carpet ที่ส่องสว่างเมื่อเปิดประตู เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกสัมผัส

BMW Gesture Control และ Touch Command: นวัตกรรมที่เปลี่ยนการควบคุม

BMW 730Ld M Sport ได้ยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยระบบ iDrive แบบสัมผัสที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการควบคุมแบบเดิมๆ แล้ว เทคโนโลยี BMW Gesture Control ยังช่วยให้การสั่งงานระบบต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย เพียงแค่การเคลื่อนไหวมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ เซ็นเซอร์ 3 มิติจะจับการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมระบบความบันเทิงและการสื่อสาร เช่น การปรับระดับเสียง การรับหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าโทรศัพท์

สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบ BMW Touch Command ที่มาพร้อมหน้าจอแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้ว มอบอิสระในการควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเบาะ ปรับอุณหภูมิ การควบคุมระบบความบันเทิง ระบบนำทาง หรือแม้แต่ใช้เป็นเกมคอนโซล ทุกอย่างอยู่แค่ปลายนิ้วสัมผัส

นอกจากนี้ กุญแจ BMW Display Key ที่มาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 2.2 นิ้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานรถจากภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือเปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้า

สมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล TwinPower Turbo: พละกำลังที่ตอบสนองทุกการขับขี่

ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ BMW 730Ld M Sport คือเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้พละกำลังสูงสุดถึง 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาลถึง 620 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที ซึ่งส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ที่ทำงานอย่างราบรื่นและแม่นยำ

อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 6.2 วินาที เป็นเครื่องยืนยันถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นนี้ จากการทดสอบขับขี่ รถคันนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง และพวงมาลัย ในโหมด Sport Mode การตอบสนองจะดุดัน เร้าใจ พร้อมช่วงล่างที่มั่นคง ในขณะที่ Eco Pro Mode จะเน้นความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน

สิ่งที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือโหมด Adaptive Mode ใหม่ ที่ BMW พัฒนาขึ้นเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ จากนั้นจึงปรับการทำงานของระบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่นั้นๆ ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเป็นธรรมชาติ

ระบบช่วงล่างถุงลม: ความนุ่มนวลที่มาพร้อมความมั่นคง

ระบบรองรับของ BMW 730Ld M Sport ใช้ช่วงล่างแบบถุงลมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมช็อกอับที่สามารถปรับการทำงานได้อย่างอิสระตามโหมดการขับขี่ที่เลือก ไม่ว่าจะเป็น Sport Mode ที่เน้นความแน่นและแม่นยำ หรือ Eco Pro Mode ที่มอบความนุ่มนวลสูงสุด รวมถึง Adaptive Mode ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานอัตโนมัติตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่

การตอบสนองของเครื่องยนต์ เบรก และเกียร์ เป็นไปอย่างน่าประทับใจ เครื่องยนต์ดีเซลให้กำลังจัดจ้าน แรงบิดสูงในรอบต่ำ ช่วยให้การขับขี่ในเมืองมีความคล่องตัว และให้อัตราเร่งที่เร้าใจตั้งแต่ออกตัว เสียงเครื่องยนต์ที่เงียบเชียบภายในห้องโดยสาร ยิ่งเสริมความรู้สึกพรีเมียมของการขับขี่

BMW 6 Series Gran Turismo: การจากไปของตำนานที่เปี่ยมด้วยสไตล์

ในอีกด้านหนึ่งของวงการยานยนต์ BMW ก็มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่เสมอ การยุติการผลิต BMW 6 Series Gran Turismo (G32) ถือเป็นข่าวที่น่าเสียดายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ว่า 6 Series Gran Turismo จะประสบความสำเร็จในบางตลาด แต่ในบางภูมิภาคกลับไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร

การออกแบบที่โดดเด่น สไตล์ Fastback 5 ประตู ไร้กรอบประตู บวกกับความหรูหราภายใน ได้รับการยกย่องอย่างสูง แต่เมื่อเทียบกับ BMW 5 Series เจเนอเรชันใหม่ (G60) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และอาจมีปัญหาทับซ้อนในตลาด ทำให้ BMW ต้องตัดสินใจยุติการผลิตรุ่นนี้ที่โรงงาน Dingolfing ประเทศเยอรมนี เพื่อเปิดทางให้กับการผลิต BMW 5 Series เจเนอเรชันใหม่

แม้ว่าจะไม่มีรุ่นใหม่มาสืบทอด แต่ BMW 6 Series Gran Turismo ที่ยังคงมีจำหน่ายในตลาด ก็ยังคงเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์กระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ ไฟหน้า Adaptive LED ที่โฉบเฉี่ยว กันชนหน้าสปอร์ต ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ประตูไร้กรอบ และแนวหลังคาที่ลาดลงอย่างสง่างาม

ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการปรับปรุงตาม BMW 5 Series (G30) มาพร้อมหน้าจอ iDrive 7 infotainment system, จอแสดงผล 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, มาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว, เบาะหนังแท้ Nappa, Head-up Display, Ambient Light, ระบบเสียง Bowers & Wilkins Diamond Surround 16 ตำแหน่ง, และระบบปรับอากาศ 4 โซน

ขุมพลังของ 6 Series Gran Turismo คือเครื่องยนต์เบนซิน Twin Power Turbo 2.0 ลิตร รหัส B48B20B ให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic จาก ZF ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ที่ครบครัน

BMW 7 Series ในปี 2017: การเปิดตัวรุ่น Plug-in Hybrid และ V12 สุดหรู

ย้อนกลับไปในปี 2560 BMW Group (Thailand) ได้เปิดตัว BMW 7 Series ใหม่ อีก 2 รุ่น ที่งาน Bangkok Motor Show 2017 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของตระกูล 7 Series ที่ตอบสนองทุกความต้องการ

รุ่นแรกคือ BMW 740Le xDrive Pure Excellence 2017 ซึ่งเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid ที่ใช้เทคโนโลยี BMW eDrive ภายใต้ซับแบรนด์ iPerformance มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 258 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 113 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองที่น่าทึ่งถึง 45.5 กม./ลิตร

รุ่นที่สองคือ BMW M760Li xDrive Model V12 Excellence 2017 ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของ 7 Series ในตลาดโลก มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 สูบ ขนาด 6.6 ลิตร เทคโนโลยี M Performance ให้กำลังมหาศาลถึง 610 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น BMW Display Key, ระบบนำทาง Professional, iDrive พร้อมหน้าจอสัมผัส และ BMW Gesture Control รวมถึงความสะดวกสบายสูงสุดในห้องโดยสาร ด้วยเบาะหนังแกะ ระบบระบายอากาศ ระบบนวด และหลังคากระจก Sky Lounge Panorama

BMW i7 2023: สู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าหรูระดับพรีเมียม

การเดินทางสู่โลกอนาคตของ BMW 7 Series ยังคงดำเนินต่อไปด้วยการเปิดตัว BMW i7 2023 รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

BMW i7 2023 ใช้ดีไซน์ร่วมกับ All-new BMW 7 Series (G70) โดยมีสัดส่วนที่เน้นความสง่างามและโอ่อ่า ไฟหน้าดีไซน์ 2 ชั้น กระจังหน้า Kidney Grille ขนาดโอเวอร์ไซซ์ ประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ และไฟท้าย L-Shape สไตล์โมเดิร์น สร้างภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขาม

ภายในห้องโดยสารคือความเรียบง่ายที่แฝงด้วยความโมเดิร์น หรูหราด้วยวัสดุชั้นเลิศ การตกแต่งด้วยแสงสี และแพตเทิร์นคริสตัลที่ประดับประดาในหลายจุด หน้าจอ BMW Curved Display ขนาด 14.9 นิ้ว ที่รวมเอามาตรวัด จออินโฟเทนเมนต์ และจอควบคุมไว้ด้วยกัน ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BMW OS 8

ไฮไลท์สำคัญคือจอ BMW Theatre Screen ขนาดใหญ่ถึง 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือระดับ เบาะนั่ง Executive Lounge ที่ปรับเอนได้พร้อมที่วางขา และวัสดุตกแต่งจาก BMW Individual ยิ่งตอกย้ำถึงความหรูหราขั้นสูงสุด

BMW i7 2023 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวม 544 แรงม้า แรงบิด 745 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 105.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ Professional Package

บทสรุป: BMW 7 Series ยังคงยืนหนึ่งในใจ

จากการเดินทางอันยาวนานของ BMW 7 Series ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ BMW ในการพัฒนายานยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นประกอบในประเทศอย่าง 730Ld M Sport ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น หรือรุ่นไฟฟ้าอย่าง i7 ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น BMW 7 Series ยังคงเป็นนิยามของรถยนต์ซีดานระดับพรีเมียมที่ครองใจผู้บริโภคทั่วโลก

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของคุณ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพและความสะดวกสบายขั้นสูงสุด BMW 7 Series คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด

อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ BMW 7 Series ที่โชว์รูม BMW ทั่วประเทศ และค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *